ความแตกต่างระหว่าง “ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” และ “ภาษีเงินได้นิติบุคคล”

เมื่อเริ่มทำธุรกิจ หลายคนอาจสงสัยว่า “ควรจดเป็นบุคคลธรรมดาหรือบริษัทจำกัดดีกว่า?” เพราะรูปแบบของการจัดเก็บภาษีจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เหมาะกับเจ้าของกิจการขนาดเล็ก เช่น ร้านค้าออนไลน์, ฟรีแลนซ์ หรือผู้ให้บริการรายบุคคล
ภาษีจะคำนวณตาม “รายได้สุทธิ” โดยใช้ อัตราก้าวหน้า ตั้งแต่ 0% – 35%
และสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา หรือแบบตามจริงได้

ข้อดี:

  • ขั้นตอนการจดทะเบียนง่าย

  • เหมาะสำหรับธุรกิจเริ่มต้น

ข้อเสีย:

  • เสียภาษีสูงขึ้นตามรายได้

  • ความน่าเชื่อถือต่อคู่ค้าและธนาคารอาจน้อยกว่าบริษัท

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

เหมาะสำหรับกิจการที่เติบโต มีรายได้ต่อเนื่อง หรือมีพนักงานหลายคน
ภาษีคำนวณจาก “กำไรสุทธิของบริษัท” อัตรา 20% ของกำไร
และยังต้องจัดทำงบการเงิน ตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

ข้อดี:

  • แยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากทรัพย์สินบริษัท

  • มีความน่าเชื่อถือสูงขึ้น

  • สามารถวางแผนภาษีได้ยืดหยุ่น

ข้อเสีย:

  • มีขั้นตอนทางบัญชีและภาษีที่ซับซ้อนกว่า

  • ต้องยื่นแบบหลายรายการ เช่น ภ.ง.ด.50, ภ.พ.30, งบการเงินประจำปี

บทสรุป

การเลือกโครงสร้างธุรกิจให้เหมาะสมจะช่วยวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบใดระหว่างบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
BAS Account มีทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องภาษีและบัญชีครบวงจร เพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

บทความอื่น ๆ

ความแตกต่างระหว่าง “ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” และ “ภาษีเงินได้นิติบุคคล”

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร? ธุรกิจแบบไหนต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ความสำคัญของการทำบัญชีอย่างถูกต้องสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก